Monday, November 24, 2008

Linux (Ubuntu) in Windows #7 Qemu to coLinux

Convert Qemu Image to coLinux Image
อยากที่บอกว่า Emu มันช้า อย่ากระนั้นเลย แปลงมันมาใช้กับ coLinux ดีกว่า
1.เริ่มด้วย cd เข้าไปหา directory ที่มี Image ของ Qemu จะใช้ Cygwin หรือติดตั้ง unxutils ก็สะดวกดี
unxutils : Some ports of common GNU utilities to native Win32. In this context, native means the executables do only depend on the Microsoft C-runtime (msvcrt.dll) and not an emulation layer like that provided by Cygwin tools.

แล้วก็แปลงไฟล์ด้วยคำสั่ง
dd if=qemu_ubuntu_4gb of=ubuntu_4gb.img bs=512 skip=63

ตามคำแนะนำของ coLinux

2.Copy ไฟล์ไปใช้กับ coLinux คราวนี้ใช้ D:\coLinux (เพราะ drive C ใกล้จะเต็มแล้ว 555)
แล้วก็สร้าง swap file สำหรับ coLinux ด้วยคำสั่ง
fsutil file createnew swap_512mb 536870912

แล้วก็ย้ายไปไว้ใน folder root_fs ทั้ง ubuntu_4gb.img และ swap_512mb

3.จากนั้นก็สร้างไฟล์ config สำหรับ coLinux (ubuntu8_10.conf)ดังนี้
kernel=vmlinux
initrd=initrd.gz (ใช้เฉพาะตอน boot ครั้งแรก)
mem=256
root=/dev/hda1 fastboot 5
hda1=\DosDevices\D:\coLinux\root_fs\ubuntu_3gb.img
hdb1=\DosDevices\D:\coLinux\root_fs\swap_512mb

แล้วก็สร้าง batch file สำหรับเรียกใช้ coLinux (coLinux.bat) ดังนี้
@echo off
colinux-daemon.exe --install-driver
colinux-daemon.exe @"ubuntu8.10.conf" -t nt
colinux-daemon.exe --remove-driver
pause


4.ลองเรียกใช้ batch file ก็จะได้ ubuntu 8.10 ใน text mode (เพราะ coLinux แสดงผล X Application เองไม่ได้)

Linux (Ubuntu) in Windows #6 Qemu

Install Ubuntu on Qemu
QEMU is an emulator for various CPUs. It works on Linux, Windows, FreeBSD and Mac OS X. Windows version is in an alpha stage. I hope I can provide useful information on development and usage of the software.

มาลองใช้ Ubuntu ผ่าน Qemu กันบ้าง ชื่อก็บอกอยู่แล้ว ว่า Emu (Emulation) ก็ต้องช้ากว่าของจริงอยู่แล้ว แต่ก็ลองดูกันหน่อย
1.เริ่มจาก Download Qemu แต่ไม่ต้องติดตั้ง แตกไฟล์แล้วใช้ได้เลย คราวนี้ผมแตกไว้ที่ D:\QEMU\
เรียก cmd แล้วก็ cd เข้าไปใน directory นั้น แล้วก็สร้างไฟล์สำหรับ install และ swap ด้วยคำสั่ง
fsutil file createnew qemu_ubuntu_4gb 4294967296

และ
fsutil file createnew qemu_swap_512mb 536903168


เพื่อสร้างไฟล์สำหรับติดตั้งขนาด 4GB และ Swap ขนาด 512MB

สร้าง folder Distro แล้วย้ายสองไฟล์เข้าไปไว้ในนั้น (ไม่มีนัยสำคัญอะไรครับ แค่จัดให้เป็นระเบียบ) แล้วก็ copy Image ของ Ubuntu ที่จะติดตั้งไว้ใน folder นี้ด้วย ซึ่งคราวนี้เลือกใช้ ubuntu-8.10-desktop

2.สร้าง Batch file สำหรับ boot ให้ชื่อว่า QEMU.bat
@ECHO OFF
set qemu_dir=D:\\QEMU\\Distro
set hd=%qemu_dir%\\qemu_ubuntu_4gb
set swap=%qemu_dir%\\qemu_swap_512mb
set cdrom=%qemu_dir%\\ubuntu-8.10-desktop-i386.iso
set mem=256
qemu -hda %hd% -hdb %swap% -cdrom %cdrom% -m %mem% -boot d -L .
pause


3.ทำการติดตั้งด้วยการ Double Click ที่ batch file ที่สร้างขึ้นแล้วก็ติดตั้งไปตามขั้นตอนของ Ubuntu หลัก ๆ ก็
- เลือกภาษาที่จะใช้ในการติดตั้ง
- เลือก timezone
- เลือก Keyboard Layout
- ป้อนข้อมูลเพื่อสร้าง Account
- กำหนด Partition ก็เลือกเอา 4GB เป็น primary partition แล้วก็ 512MB เป็น swap
- ยืนยันแล้วก็เริ่มทำการติดตั้ง

4.Boot ใหม่ โดยแก้ QEMU.bat นิดหน่อย
@ECHO OFF
set qemu_dir=D:\\QEMU\\Distro
set hd=%qemu_dir%\\qemu_ubuntu_4gb
set swap=%qemu_dir%\\qemu_swap_512mb
set mem=256
qemu -hda %hd% -hdb %swap% -m %mem% -L .
pause


แล้วก็จะได้ Ubuntu 8.10 intrepid ibex ไว้ทดลองใช้ ดังรูป

Saturday, November 22, 2008

Linux (Ubuntu) in Windows #5 X Application

ที่นี้มาลองใช้งาน X Application กันบ้าง
แต่ตัว coLinux เอง ไม่สามารถ ต้องใช้อุปกรณ์เสริม ซึ่งก็มีให้เลือกหลายตัว เช่น
Cygwin/X, Xming, X-Win32

ที่ผมเลือกใช้คราวนี้ คือ Xming ซึ่ง download ได้จาก SourceForge

พอ Download เสร็จ ก็ติดตั้ง เสร็จแล้วก็จะได้ X icon อยู่ที่ System tray


ที่นี้ก็มาลองใช้งานกันเลย
เริ่มจาก สั่งให้ coLinux ส่งค่า display ไปให้ Xming ซึ่ง run รอไว้อยู่แล้ว ด้วยคำสั่ง
export DISPLAY="192.168.1.1:0"

192.168.1.1 คือ IP ของ Windows

เสร็จแล้วก็มาลองเรียก X Application กัน
เริ่มด้วย gedit


update-manager ก็ได้ด้วย


หลังจากนี้ก็ลองเล่นกันดูนะครับ สำหรับ Ubuntu ใน Windows
ส่วนผมไหน ๆ ก็เรียก update-manager มาแล้ว ก็ขอ upgrade เป็น hardy ซะเลย

Friday, November 21, 2008

Linux (Ubuntu) in Windows #4 Ubuntu Desktop

จาก Linux (Ubuntu) in Windows #2 coLinux พื้นที่ 2GB คงไม่พอยาไส้ ถ้าจะใช้ X Application
ถ้าอย่างนั้นก็ต้องขยายขนาดกันหน่อย ด้วยคำสั่ง dd

หลังจากที่ติดตั้ง Cygwin แล้ว ก็ใช้ประโยชน์กันเลย
1.cd เข้าไปให้เจอ root fs ของ colinux แต่ผมขี้เกียจเลย copy root fs ของ colinux ไปไว้ใน home ของ cygwin ซะเลย
2.สร้างไฟล์ขึ้นมาใหม่ เพื่อจะใช้เป็น root fs ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าเดิม และตั้งชื่อให้สื่อขนาดซะหน่อย ด้วยคำสั่ง
cp Ubuntu-7.10.ext3.2gb.fs ubuntu.ext3.4gb.fs

ไม่ต้องระบุ version กันละ เผื่อ upgrade

3.จากนั้นก็ขยายไฟล์ด้วยคำสั่ง dd ดังนี้
dd bs=16384 if=/dev/zero of=ubuntu.ext3.4gb.fs seek=131072 count=131072

dd คือ คำสั่ง
bs คือ Block Size ,16384 ก็เท่ากับ 16KB
if คือ Input File ในที่นี้เราจะขยาย ก็เลยไม่ต้องระบุไฟล์ต้นฉบับ (อันนี้ไม่แน่ใจว่า เข้าใจถูกมั้ย)
of คือ Output File ที่เราต้องการ นั่นก็คือ ubuntu.ext3.4gb.fs
seek คือ จำนวน block ที่เราต้องการ skip, ตามสภาพของเรา ไฟล์เดิมมีขนาด 2GB ดังนั้น ก็คือ 2GB / 16KB ก็ได้เท่ากับ 131072 (จะหารเองก็ได้ แต่ใช้ google ช่วยก็สะดวกดีครับ โดยพิมพ์คำว่า 2GB / 16KB )
count คือ จะขยายไปอีกกี่ block ในที่นี้เราจะขยายเป็น 4GB ก็คือเพิ่มอีก 2GB นั่นก็คือ 131072 block
เสร็จแล้วก็รอให้โปรแกรมซักพักนึง

4.พอเสร็จก็ copy ไฟล์ไปไว้ใน colinux แล้วก็แก้ config ให้ถูก แล้วก็ run coLinux
จากนั้นใช้คำสั่ง
apt-get install ext2resize

ตามด้วย
ext2online /dev/cobd0


เสร็จแล้วก็ลองเปรียบเทียบขนาดของไฟล์
ก่อนขยาย


หลังขยาย


5.ที่นี้ก็พร้อมสำหรับติดตั้ง Ubuntu Desktop กันแล้ว ด้วยคำสั่ง
apt-get update

ตามด้วย
apt-get install ubuntu-desktop

ซึ่งต้องรออยู่พักใหญ่ เพื่อจะได้พบว่า ติดตั้งไม่สมบูรณ์ จึงต้องซ้ำอีกทีด้วยคำสั่ง
apt-get install ubuntu-desktop --fix-missing

แล้วก็ทำการติดตั้งต่อจนเสร็จ
ลองดูพื้นที่ด้วย df อีกที



อูย ซัดไปตั้ง 60% แน่ะ แต่ยังไงก็ต้องยอมล่ะครับ ก็อยากใช้นี่นา

Linux (Ubuntu) in Windows #3 Cygwin

"Cygwin is a Linux-like environment for Windows. It consists of two parts: A DLL (cygwin1.dll) which acts as a Linux API emulation layer providing substantial Linux API functionality."


Cygwin ไม่ใช่ Linux จริง ๆ แต่เป็นชุดโปรแกรมที่ทำให้เราใช้คำสั่ง Linux บน Windows ได้

วิธีติดตั้ง
1.Download ตัวติดตั้งจาก www.cygwin.com ตัวล่าสุด ตอนที่เขียนนี่ก็ รุ่น 1.5.25-15
2.เสร็จแล้วก็ทำการติดตั้ง โดยเลือกว่าจะเอาแบบไหน

ถ้าเพิ่งทำครั้งแรก ก็เลือกอันแรกหรืออันที่สองเพื่อ download packages ต่าง ๆ แต่ถ้าได้ download มาแล้วก็เลือกอันที่สาม
3.จากนั้นก็เลือก Directory ที่จะติดตั้งแล้วเลือก web ที่จะ download แล้วก็เลือก packages ถ้ารู้ว่าอันไหนคืออะไร ถ้าไม่รู้ก็เลือกหมดเลยก็ได้ โดยคลิกเปลี่ยนให้เป็น Install

4.พอเลือกเสร็จแล้วก็ไปนอนรอได้เลย ยิ่งถ้าเลือกหมด ก็จะใช้เวลามิใช่น้อย
ถ้าเลือกอันแรก พอ download เสร็จก็ install ต่อให้เลย (ไฟล์ที่ download มาจะอยู่ใน folder ซึ่งเป็นชื่อ web ที่เลือก แนะนำให้เก็บไว้ก่อน เผื่อต้องใช้อีก) เรียบร้อยแล้ว ก็ลอง run ดู จะได้ prompt เป็นชื่อ user๑ชื่อเครื่อง


ลอง cd .. ดูเรื่อย ๆ พบว่า ถ้าลงไว้ที่ C:\Cygwin ตำแหน่งของ home จะอยู่ใน C:\Documents and Settings\
แต่ถ้าลงไว้ที่อื่น เ่ช่น drive d: ตำแหน่งของ home จะอยู่ในตำแหน่งที่เราติดตั้ง Program ไม่รู้ว่าท่านอื่นจะเป็นเหมือนกันหรือเปล่า
ไม่ได้สำคัญอะไร แต่ก็มีผลอยู่บ้างเรื่องความสะดวกเวลาจะจัดการไฟล์ แล้วเดี๋ยวค่อยว่ากันต่อไปครับ

Tuesday, November 18, 2008

Remote control Ubuntu from Ubuntu

วิธี Remote เข้าไปใช้งาน Ubuntu จาก Ubuntu อีกเครื่องหนึ่ง
1. Text mode ด้วย ssh
ssh username@host

เช่น
ssh komkid@ubuntu-server


2.GUI โดยใช้ vncviewer, Remote Desktop Viewer ด้วยวิธีเดียวกันกับที่ remote ไป Windows

3.ใช้ FreeNX Client ติดต่อไปสร้าง Session ในการ login
อันดับแรกก็ download Client จาก NoMachine เลือกที่เป็น DEB
แล้วติดตั้งด้วยคำสั่ง
sudo dpkg -i nxclient_3.2.0-14_i386.deb


จากนั้นโปรแกรมก็จะเข้าไปอยู่ใน Applications > Internet > NX Client for Linux
แล้วก็ทำการตั้งค่าเหมือนกับที่ทำใน Windows


Linux (Ubuntu) in Windows #2 coLinux

วิธีติดตั้ง Linux ใน Windows ด้วย coLinux
1.อันดับแรกก็ Download สิ่งที่จำเป็นสำหรับใช้งาน coLinux
Cooperative Linux is the first method for optimally running Linux on Windows and other operating systems natively. It is a port of the Linux kernel and support code that allows it to run cooperatively without emulation along with another operating system

โดย download ได้จาก sourceforge ซึ่งต้องใช้ 2 ตัว คือ
- ตัวโปรแกรม coLinux คือ coLinux-stable ของผมเลือกรุ่น 0.7.3-linux-2.6.22.18 (coLinux-0.7.3.exe)
- Image ของ Linux ผมลอง 2 ตัว คือ
* Images 2.6.x Debian รุ่น Debian 4.0 Etch (Debian-4.0r0-etch.ext3.1gb.bz2)
* Images 2.6.x Ubuntu เป็น Ubuntu 7.10 (Ubuntu-7.10.ext3.2GB.7z)

พอ Download เสร็จก็แตกไฟล์ด้วย 7-Zip จะได้ไฟล์ขนาด 1GB สำหรับ Debian และ 2GB สำหรับ Ubuntu

2.ต่อไปก็ติดตั้ง coLinux ซึ่งวิธีการก็ไม่ยาก คลิก Next ไปเรื่อย ๆ หน้าที่เลือก Component ก็เลือกไปทั้งหมดเลย
ส่วนตำแหน่งที่จะติดตั้ง เค้าแนะนำให้ติดตั้งที่ C:\coLinux
ระหว่างติดตั้งก็จะบอกให้ติดตั้ง WinPcap ด้วย ก็ download มาติดตั้งซะ

WinPcap: The Windows Packet Capture Library
WinPcap is the industry-standard tool for link-layer network access in Windows environments: it allows applications to capture and transmit network packets bypassing the protocol stack, and has additional useful features, including kernel-level packet filtering, a network statistics engine and support for remote packet capture.

WinPcap consists of a driver, that extends the operating system to provide low-level network access, and a library that is used to easily access the low-level network layers. This library also contains the Windows version of the well known libpcap Unix API.


ส่วนหน้าที่จะให้ Download root file system image ก็ไม่ต้อง เพราะเรา download มาแล้ว

3.พอติดตั้งเสร็จก็เอา Image ของ Linux ที่แตกไฟล์ออกมาแล้วไปไว้ใน C:\coLinux แล้วก็ copy ไฟล์ example.conf มาเปลี่ยนชื่อเป็น debian4.conf แล้วก็เปิดไฟล์ขึ้นมาแก้ไข
เริ่มจาก debian4.conf
kernel=vmlinux
cobd0="c:\coLinux\Debian-4.0r0-etch.ext3.1gb"
root=/dev/cobd0
ro
initrd=initrd.gz
eth0=slirp


แล้วก็ลอง boot ดู โดยเรียกคำสั่งจาก cmd
c:\coLinux> colinux-daemon.exe @debian4.conf

ได้ผลดังรูปครับ


ลอง login ด้วย username = root และ password = root
ลองคำสั่ง uname -a


แล้วก็พิมพ์คำสั่ง ifconfig


จะเห็นว่า eth0 ได้ IP เป็น 10.0.2.15 เปิดดูไฟล์ /etc/network/interfaces ก็จะเห็นเพิ่มเติมว่า
ipaddress 10.0.2.15
broadcast 10.0.2.255
netmask 255.255.255.0
gateway 10.0.2.2


ลอง ping ดูเครื่อง localhost


ทดลองใช้คำสั่ง apt-get update ดู ปรากฏว่าออก internet ได้ด้วย


ออกจากโปรแกรมด้วยคำสั่ง halt แล้วไปลอง Ubuntu กันบ้าง

4.สำหรับ Ubuntu ก็ copy ไฟล์มา แต่คราวนี้เปลี่ยนชื่อเป็น ubuntu7.10.conf โดยใส่เนื้อหาตามนี้
kernel=vmlinux
cobd0="c:\coLinux\Ubuntu-7.10.ext3.2gb.fs"
cobd1="c:\coLinux\swap128.fs"
root=/dev/cobd0
ro
initrd=initrd.gz
eth0=slirp

สังเกตว่าจะมีเพิ่ม swap file เข้ามาด้วย

c:\coLinux> colinux-daemon.exe @ubuntu7.10.conf

แล้วก็ลองเหมือนที่ทำกับ debian พบว่าเหมือนกันเลย ยกเว้น uname -a (ซึ่งมันต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แหล่ะ :))


5.ปิดท้ายด้วยเทคนิคเล็ก ๆ เอาไว้เรียกใช้ให้สะดวก คือ
สร้าง Shortcut ไว้ที่ Desktop โดยตั้งชื่อไว้เป็น Debian4 กับ Ubuntu 7.10
แล้วก็เปิด Properties ของแต่ละตัว โดยกำหนด Start in เป็น C:\coLinux แล้วก็ พิมพ์ "@ชื่อไฟล์ config" ต่อท้ายในช่อง Target
เช่น C:\coLinux\colinux-daemon.exe "@ubuntu7.10.conf" สำหรับ Ubuntu
และ C:\coLinux\colinux-daemon.exe "@debian4.conf" สำหรับ Debian4
เวลาจะใช้งานก็ double click เรียกใช้ได้เลย สะดวกดีครับ

Monday, November 17, 2008

Linux (Ubuntu) in Windows #1

อยากใช้ Linux (Ubuntu) แต่เสียดาย Windows

เรื่องนี้คงเป็นเรื่องที่หลายคนสนใจ แล้วใช้ทางเลือกต่าง ๆ เหล่านี้
1.ใช้ Windows แล้วติดตั้ง Ubuntu ใน VMware หรือไม่ก็ VirtualBox

2.ใช้ Ubuntu แล้วติดตั้ง Windows ใน VirtualBox (VMware ใน Ubuntu มีมั้ยน้อ)

3.ติดตั้ง Ubuntu แล้ว Remote เข้าไปใช้ Windows

4.ติดตั้ง Ubuntu แล้ว Remote เข้าไปใช้ผ่าน Windows

5.ติดตั้ง Ubuntu ไว้ Partition นึงแล้ว สลับกัน Boot เพื่อใช้งาน

6.ใช้งาน Linux ใน Windows ซะเลย ด้วย CygWin หรือไม่ก็ coLinux

CygWin is a Linux-like environment for Windows. It consists of two parts:
* A DLL (cygwin1.dll) which acts as a Linux API emulation layer providing substantial Linux API functionality.
* A collection of tools which provide Linux look and feel.

Cooperative Linux (short-named coLinux) is a port of the Linux kernel that allows it to run cooperatively alongside another operating system on a single machine.


- วิธีติดตั้งและใช้งาน coLinux

Free Text Editor for Windows

รวบรวม Text Editor สำหรับ Windows มาให้ใช้กันแบบฟรี ๆ ครับ เป็นทางเลือกนอกเหนือจาก EditPlus

1.TinyEdit ตัวนี้ Tiny สมชื่อครับ เล็กจริง ๆ ไฟล์เดียว Double Click ก็ใช้ได้เลย

Features
* Powerful and easy to use
* Syntax highlighting for more than 26 scripts
* Multiple document interface
* Unlimited undo/redo capability
* Text can be automatically word-wrapped
* Line number, Powerful search and replace
* Only one executable file (no need install)
* Freeware for both personal and commercial use

Supported Syntax Highlighting:
* PHP
* CSS
* HTML
* Java
* Java Script
* VB Script
* XML
* Perl
* Python
* Ruby
* C#
* SQL
* Tcl/Tk
* GW-TEL Scripts
* UNIX Shell Scripts
* Semanta DD
* Standard ML
* Vrml97/X3D
* AWK Scripts
* MS-DOS Batch
* C/C++
* COBOL
* Visual Basic
* Pascal
* Modula-3
* Fortran

2.RJ TextEd ตัวนี้ต้องใช้ .NET ครับ Function เยอะ แต่ผมว่าทำงานช้าไปนิดนึง

Features
* Auto completion.
* Code folding.
* Column mode.
* Handles both ASCII and binary files.
* Html wizards.
* Use TopStyle Lite as your CSS editor if installed.
* FTP client with synchronization.
* File explorer, text clips, code explorer, project manager...
* Convert between code pages, Unicode formats and text formats.
* Unicode and ANSI code page detection.
* Open/Save UTF-8 encoded files without a signature (BOM).
* Unicode file paths and file names.
* Html validation, format and repair.
* Tools available like syntax editor, color picker, charmap...

3.NOTEPAD++ อีกตัวที่น่าสนใจครับ ชื่อมี ++ ก็เพราะพัฒนามาจาก C++ ครับ

Features
* Syntax Highlighting and Syntax Folding
* WYSIWYG
* User Defined Syntax Highlighting
* Auto-completion
* Multi-Document
* Multi-View
* Regular Expression Search/Replace supported
* Full Drag ‘N' Drop supported
* Dynamic position of Views
* File Status Auto-detection
* Zoom in and zoom out
* Multi-Language environment supported
* Bookmark
* Brace and Indent guideline Highlighting
* Macro recording and playback

4.PlainEdit Text Editor สัญชาติ เยอรมัน ครับ

Features:
* Various functions to convert text
* Easily switch between ANSI (Windows) and ASCII (DOS)
* Syntax highlighting for the most popular Web, scripting and programming languages
* Automatic replacement of special characters in the corresponding HTML coding
* Finding a Incremental text (forward and backward)
* Customizable templates enable the rapid creation of files
* Page Setup (margins, headers and footers), and a print preview
* Insert document templates and content templates
* PlainEdit can be extended with plugins

5.Notepad2 Icon ของเค้าเหมือน NotePad ของ Windows เลย แล้วก็เป็นไฟล์เดียวโดด ๆ ใช้งานได้เลย

Features
* Syntax highlighting: HTML, XML, PHP, ASP (JS, VBS), CSS, JavaScript, VBScript, C/C++, C#, Resource Script, Makefiles, Java, Visual Basic, Pascal, Assembly, SQL, Perl, Python, Configuration Files, Apache Config Files, Batch Files, Diff Files
* Drag & drop text editing inside and outside Notepad2
* Basic regular expression search and replace
* Useful word, line and block editing shortcuts
* Rectangular selection (Alt+Mouse)
* Brace matching, auto indent, long line marker, zoom functions
* Support for Unicode, UTF-8, Unix and Mac text files
* Open shell links
* Mostly adjustable

เป็นตัวสุดท้ายเลยมีเทคนิคมาฝากซะหน่อย คือ ชื่อกับ Icon ก็คล้ายกันอยู่แล้ว หนำซ้ำยังเป็นไฟล์เดียวโดด ๆ งั้นก็ใช้แทน NotePad ของ Windows ซะเลย
ว่าแล้วก็ Rename เอา 2 ออกกลายเป็น Notepad.exe แล้วก็เอาไปวางทับใน C:\Windows
เท่านี้ก็สำเร็จ แต่ได้แค่เดี๋ยวเดียว เพราะ Windows จะเอาไฟล์ Notepad.exe เดิมมาทับ จะทำกี่ครั้งก็เหมือนเดิม
สืบค้นดูทำให้ได้รู้ว่า
"Windows จะมีรายชื่อไฟล์ที่สงวนไว้เป็นของตัวเองอยู่ หากมีการเปลี่ยนแปลงก็จะพยายามดึงจาก Cache หรือจากแผ่นติดตั้งกลับมาเสมอ"


อ้อ ดึงมาจาก Cache งั้นก็เอาเข้าไปทับใน Cache ซะด้วยสิ ก็พอรู้อยู่แล้วว่า Cache มันอยู่ที่ C:\WINDOWS\System32\dllcache

ปรากฎว่าลองแล้ว ก็ไม่สำเร็จครับท่าน มันยังกลับมาได้

สืบค้นต่อไปถึงได้รู้ว่า มันมีอยู่หลายที่ ตามนี้ครับ
* C:\WINDOWS\System32\dllcache
* C:\WINDOWS\ServicePackFiles\i386
* C:\WINDOWS\System32
* C:\WINDOWS
ก็เลยต้อง copy ไปทับให้ครบ
แต่ถ้าทำมือจะไม่สำเร็จครับ เพราะระหว่างที่ copy ไปทับอันนึง อันอื่น ๆ ก็จะเอากลับแทนซะก่อน หรือว่าผมทำช้าก็ไม่รู้ ถ้าใครทำมือเองได้ก็แจ้งให้ทราบด้วยนะครับ

ก็เลยต้องสร้าง Batch File ไว้ช่วยงาน ตามนี้ครับ
copy /-y notepad.exe C:\WINDOWS\System32\dllcache
copy /-y notepad.exe C:\WINDOWS\ServicePackFiles\i386
copy /-y notepad.exe C:\WINDOWS\System32
copy /-y notepad.exe C:\WINDOWS

Saturday, November 15, 2008

Domain Users & Local Share

อยู่ ๆ User ใน Domain เกิดอยาก Share ข้อมูลในเครื่องตัวเองขึ้นมา แถมไม่ใช่ User ธรรมดาซะด้วย ยังไงก็ต้องดำเนินการให้ (ถึงจะไม่ปลอดภัยก็เถอะ)

ปกติถ้า Login ด้วย Local Administrators เวลาคลิกขวาก็จะมีเมนู Sharing and Security... แต่ถ้าเป็น Domain Users จะไม่มีเมนูนี้
แต่จะให้สิทธิ Administrators ไปเลยก็กระไรอยู่ เลยลองลดระดับ User ลงเรื่อย ๆ ก็เลยได้รู้ว่า อย่างน้อยต้องเป็น Power Users ถึงจะ Share ได้
ก็พอยอมรับได้ครับ งั้นก็กำหนดสิทธิให้เลย โดยเรียก Computer Management จาก Administrative Tools แล้วเข้าไปที่
System Tools > Local Users and Groups > Groups แล้วดับเบิ้ลคลิกที่ Power Users แล้วก็ทำการเพิ่ม Domain Users ให้เป็น member ของ Group นี้ ดังรูป


Friday, November 14, 2008

Remote control Windows from Ubuntu

มาควบคุม Windows จาก Ubuntu กันบ้างดีกว่า
1.วิธีแรก Remote Desktop Viewer
เริ่มจากฝั่ง Windows ต้องติดตั้งโปรแกรม VNCServer เช่น TightVNC, UltraVNC
ตัวอย่างนี้เป็นของ TightVNC หลังจากติดตั้งเสร็จก็ตั้งค่าให้ยอมรับการติดต่อ และ ตั้งรหัสผ่าน

จากนั้นก็ฝั่ง Ubuntu เริ่มด้วยติดตั้ง Remote Desktop Viewer

เสร็จแล้วจะอยู่ในเมนู Applications > Internet
พอเปิดโปรแกรมก็คลิก Connect แล้วป้อน host กับ port ไป โดย default จะเป็น 5900 แล้วก็ตามด้วยรหัสผ่านที่ตั้งไว้


วิธีนี้จะเป็นลักษณะของ VNC คือเข้าไปควบคุม Desktop ที่เปิดไว้แล้ว



2.วิธีที่สอง Remote Desktop แบบ Remote Logon
เริ่มจากฝั่ง Windows ต้องอนุญาตให้ทำการ remote ได้ก่อน โดยตั้งค่าที่ Enable Remote Desktop on this computer ใน tab Remote ของ System Properties ดังรูป


ถัดมาฝั่ง Ubuntu ก็เรียกใช้ Terminal Server Client จากเมนู Applications > Internet
ป้อนรายละเอียดที่จำเป็น ดังตัวอย่าง

กรณีเลือก Protocol เป็น RDP จะทำงานแบบ Remote Desktop ของ Windows คือ ไม่ได้ไปควบคุม Desktop ที่เปิดอยู่ แต่สร้าง Sesstion ในการ Logon ใหม่ ซึ่งสามารถ Resume Session ได้ด้วย


3.วิธีที่ 3 ติดตั้ง TightVNC ไว้ที่ Ubuntu ด้วยคำสั่ง
sudo apt-get install xtightvncviewer

แล้วพิมพ์คำสั่งใน Terminal เลย
vncviewer hostname

จะถาม password ก็ใส่ไปแล้วก็จะได้หน้าจอแบบ VNC ขึ้นมา โดยเครื่องเป้าหมายต้อง Logon ไว้ก่อน ถึงจะ Connect ติด
แต่ถ้า remote ไปแล้วเจอหน้าจอที่เป็น Lock Screen อยู่สามารถ กด F8 เพื่อเลือก ส่งสัญญาณ Ctrl+Alt+Del ได้


4.อีกวิธีคือ ติดตั้ง rdesktop ด้วยคำสั่ง
sudo apt-get install rdesktop

แล้วเรียกใช้ด้วยคำสั่ง
rdesktop hostname

โดยวิธีนี้จะเป็นแบบ Remote Desktop ของ Windows ครับ

Thursday, November 13, 2008

Remote control Ubuntu from Windows

วิธีควบคุม Ubuntu จาก Windows
1.วิธีที่ 1 แบบ Text mode ด้วย SSH
เริ่มต้นด้วย การติดตั้ง SSH ใน Ubuntu
แล้วก็ remote เข้าไปด้วย SSH client เช่น PuTTY
default port จะเป็น 22




2.วิธีที่ 2 แบบ GUI ด้วย VNC
เริ่มด้วยการ config ให้ Ubuntu ยอมรับการ remote โดยไปที่
System -> Preferences -> Remote Desktop
แล้วก็ทำเครื่องหมายที่
- Allow other users to view your desktop
- Allow other users to control your desktop
- Require the user to enter this password:
แล้วก็ตั้งรหัสผ่าน ที่จะใช้ remote เข้ามา


จากนั้นก็ใช้โปรแกรม VNC Viewer จากฝั่ง Windows เข้ามา เช่น UltraVNC หรือ TightVNC


โดยป้อนรหัสที่ตั้งไว้ใน Ubuntu


เท่านี้ก็สามารถควบคุม Ubuntu จาก Windows ได้แล้วครับ


3.วิธีที่ 3 แบบ GUI ผ่าน SSH เพื่อความปลอดภัย
เริ่มด้วย PuTTY เหมือนเดิม แต่คราวนี้ config เพิ่มเติมในส่วนของ Connection > SSH > Tunnels ดังรูป


โดยตั้งค่า Source port เป็น 5900 (5900 เป็นค่า default จะเปลี่ยนก็ได้ใน tab Advance ตอนตั้งค่าใน Ubuntu)
และ Destination เป็น Host:Port เช่น Ubuntu-Server:5900 ตามรูป แล้วก็ทำการ Connect ทิ้งไว้

จากนั้นก็ใช้ VNC Viewer ติดต่อเข้ามาเหมือนเดิม แต่คราวนี้ระบุเป้าหมายเป็น Loopback address คือ 127.0.0.1 เพราะเราจะ Connect ผ่าน Tunnels ที่เตรียมไว้ของ SSH


เท่านี้ก็ได้ควบคุม Ubuntu จาก Windows แถมยังมีความปลอดภัยอีกด้วยครับพี่น้อง

4.วิธีที่ 4 Remote Desktop โดยใช้ FreeNX
วิธีนี้จะต่างจาก VNC คือ ไม่ได้ remote เข้าไปควบคุม keyboard หรือ mouse ของเครื่องเป้าหมาย
แต่จะสร้าง session ในการติดต่อใหม่ คล้าย ๆ กับ Remote Desktop ของ Windows

อันดับแรกก็คือ ติดตั้ง FreeNX Server ที่ Ubuntu
แก้ไขไฟล์ /etc/apt/sources.list
โดยเพิ่ม code ลงไป
deb http://ppa.launchpad.net/freenx-team/ubuntu VERSION main
deb-src http://ppa.launchpad.net/freenx-team/ubuntu VERSION main


ในที่นี้ VERSION ของเรา คือ 8.04 นั่นก็คือ hardy
deb http://ppa.launchpad.net/freenx-team/ubuntu hardy main
deb-src http://ppa.launchpad.net/freenx-team/ubuntu hardy main


จากนั้นก็ใช้คำสั่ง
sudo apt-get update

ตามด้วย
sudo aptitude install freenx

แล้วก็ดำเนินการต่อไปจนเสร็จ

ต่อไปก็ฝั่ง Windows เริ่มด้วย download และติดตั้ง FreeNX Client จาก NoMachine

เมื่อการติดตั้งเรียบร้อย ให้เข้าไปในส่วนของ Configure
ตั้งชื่อ Session ไว้บันทึกค่าต่าง ๆ
จากนั้นกำหนด host ใส่ ip ของ Ubuntu ที่เราจะ Remote เข้าไปโดย Default Port คือ 22
แล้วเลือกชนิดของ Desktop ซึ่งในที่นี้เรา Remote เข้า Ubuntu เลือกเป็น Unix , GNOME


จากนั้นก็ Save แล้วป้อน User กับ password แล้วก็ลุยกันเลย


ได้ผลดังรูปครับ

Wednesday, November 05, 2008

Install Webmin for Ubuntu

Webmin ทางลัดสำหรับจัดการ Ubuntu ของคุณ
เริ่มติดตั้งกันเลยครับ
1.อันดับแรกก็คือ download ครับ จาก web www.webmin.com เลือกตัวล่าสุดไว้ ณ ตอนนี้ก็ 1.441
คำสั่งที่ใช้ก็คือ
wget http://prdownloads.sourceforge.net/webadmin/webmin_1.441_all.deb

ตัวหนา ก็คือ ชื่อรุ่นครับ

2.จากนั้นก็ install package ที่ได้ด้วยคำสั่ง
sudo dpkg -i webmin_1.441_all.deb


3.เสร็จแล้ว ไม่รู้ว่าเป็นกันมั้ย แต่ของผมบอกว่า ขาด library ที่จำเป็นต้องใช้
ไม่ต้องตกใจครับ หาข้อมูลแล้วเค้าบอกว่า ตามด้วยคำสั่งนี้เลย
sudo apt- get install -f

พี่เค้าจะติดตั้ง library ที่ขาดมาให้

4.ทำต่อจนเสร็จก็เข้าหน้า Webmin ผ่าน browser ได้จาก https://localhost:10000/ โดยต้องใช้ root password

เท่านี้ก็เป็นอันเรียบร้อยครับ

Ubuntu Editor

มือใหม่ทั้งหลาย ใช้ editor ตัวไหนกันครับ

search ที่ไร เวลาจะให้แก้ config ทีำไร ก็บอกให้เปิด vi ไม่ก็ nano
มือใหม่อย่างเราก็ใช้ไม่ค่อยถนัดซะด้วย ถนัดแต่ editor ที่เป็น GUI

พอ browse หาไฟล์แล้ว double click เปิดด้วย gedit ก็ save ไม่ได้อีก

วิธีแก้ง่าย ๆ ที่ใช้ก็คือ
sudo gedit

แล้วก็ browse เปิดไฟล์ ที่นี้ไม่ว่า file ไหน ๆ ก็ save ได้แล้วครับ

แต่วิธีนี้กูรูทั้งหลายเค้าบอกว่าไม่ค่อยปลอดภัยนะครับ ไม่ปลอดภัยยังไง อันนี้ก็ลองหากันดูเอาเองนะครับ

อีกวิธีที่สะดวกสุด ๆ แต่ก็อันตรายมาก ๆ ก็คือ login เป็น root ซะเลย

How to chage Ubuntu root password

มือใหม่ของแท้ครับ จะว่าบ้านนอกก็ได้
User ที่เจ๋งสุดใน Windows ก็คือ Administrator
ส่วนที่เคยลองใช้ linux ตั้งแต่สมัยเป็นหนุ่ม ก็พอรู้อยู่ว่าที่เจ๋งสุดของ Unix ก็ต้อง root

ตอนนี้มาลองใช้ Ubuntu อ้าว root มันหายไปไหนว่า แต่ sudo เอาก็ใช้งานได้นี่นา สงสัยคงจะไม่มีแล้วมั้ง

พอจะลง Webmin อ้าว ต้องใช้ password ของ root ด้วย
จะเอามาจากไหนล่ะที่นี้ ตอนติดตั้งก็ไม่เห็นถามเลย
ค้นหาดูก็ได้ความว่า

komkid@ubuntu-server:~$ sudo passwd
Enter new UNIX password:
Retype new UNIX password:
passwd: password updated successfully


ที่แท้ก็แค่นี้เอง โธ่
แต่ก็เกิดความสงสัยต่อว่า จริง ๆ แล้วมันคือ blank password หรือ มีแต่เราไม่รู้กันแน่ ?

พอมี root แล้วก็อยาก login ด้วย root จะได้มีสิทธิเต็มที่
แต่ผลก็คือ ไม่ได้ครับ Ubuntu ไม่ยอมให้ login เข้า GUI ด้วย root

แต่ก็มีวิธีแก้ก็มีอยู่ ทำดังนี้ครับ
1.เข้าไปด้วย user ปกติก่อน แล้วไปที่ System > Administration > Login Window
2.ป้อนรหัสแล้วไปที่ tab Security
3.ทำเครื่องหมายที่ Allow local system administration login ดังรูป